Skip to content

ข่าวเหตุการณ์เขื่อนแตกประเทศลาว

เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว รีบนำเรือเข้าไปช่วยอพยพชาวบ้าน ณ อำเภอสันทราย หลังจากประสบภัยน้ำท่วมอย่างฉับพลัน โดยมีสาเหตุมาจากเขื่อนแตก และระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2018 Facebook สำนักข่าว ABC laos news ได้รายงานความคืบหน้าของเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อ่างเก็บน้ำ 2แห่ง ของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการก่อสร้าง เกิดรอยร้าวส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน จนมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก

เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ได้รีบนำเรือออกไปช่วยเหลือประชาชนซึ่งยังติดค้างอยู่ในบ้าน ณ อำเภอสันทราย แขวงอัตตะปือ และระดับน้ำก็กำลังเพิ่มสูงขึ้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า เขื่อนไชยะบุรี กำลังเร่งทำการระบายน้ำออกจากเขื่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยกันอย่างเต็มแรงประมาณ 100 นาย โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วมาก จนไม่มีใครสามารถตั้งตัวได้ทัน

เมื่อเข้าสู่วันที่ 5 ของสถานการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยพัง รัฐมนตรีพลังลาวออกมากล่าวถึงสาเหตุที่เขื่อนแตก เป็นเพราะการก่อสร้างต่ำกว่ามาตรฐาน อีกทั้งมวลน้ำจากลาวกำลังคืบคลานเข้าไปยังกัมพูชา จึงทำให้ต้องอพยพประชาชนนับพันไปยังพื้นที่ปลอดภัย ทางด้านยอดผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้นเป็น 27 ราย และยังสูญหายอยู่ 131 คน

นอกจากนี้ สำนักข่าวเวียงจันทน์ไทมส์ ยังรายงานเพิ่มเติมว่า สาเหตุหลักอันทำให้เขื่อนแตก เกิดจากฝนตกหนัก บวกกับเขื่อนกั้นช่องเขาได้พังทลายลง เนื่องจากพึ่งมีการก่อสร้างเสร็จหมาดๆ จึงทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดการปริแตกลามขยายวงกว้างขึ้นจนพังทลายลงในที่สุด

ส่งผลให้เกิดการอพยพประชาชนนับหมื่นในกัมพูชา

จังหวัดสตึงแตรง ซึ่งอยู่ติดกับแขวงอัตตะปือ ต้องเร่งอพยพชาวบ้านประมาณ 25,000 คนออกจากพื้นที่ทันที เมื่อมวลน้ำจากลาวไหลบ่าเข้ามาผสมกับฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะคลายตัว เพราะฉะนั้นจำนวนชาวบ้านซึ่งต้องอพยพก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วย เจ้าหน้าทหารของกัมพูชาพาชาวบ้านและรถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากเขตน้ำท่วมทางเรือ พร้อมกันนี้ก็ได้ส่งบรรดาสิ่งของช่วยเหลือเข้าไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้วเช่นกัน

ทางด้าน AFP รายงานว่ามีชาวบ้านจำนวนไม่น้อย กล่าวว่าพวกเขาได้รับคำเตือนก่อนหน้าเขื่อนแตกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

"ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ชาวบ้านมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก" จู หินลา วัย 68 กล่าว เขามาจากหมู่บ้านซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก "ทุกบ้านในหมู่บ้านนี้จมอยู่ใต้น้ำ ครอบครัวของฉันอีก 4 คนก็ยังหาไม่เจอ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง" เขากล่าวด้วยสีหน้าอันเศร้าโศก