Skip to content

ข่าวสังคมไทยมาแรงในปี 2019

Buddha statue "Ultraman"

คงไม่มีประเด็นไหนมาแรงสุดไปกว่าภาพพระพุทธรูป “อุลตร้าแมน” ที่กำลังกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารย์กันอย่างหนักระหว่างฝ่ายที่เห็นบอกว่าไม่เหมาะสมและอยากให้ทำร้ายรวมถึงจะเอาผิด อีกฝ่ายก็บอกว่าไม่เห็นจะเป็นอะไร เป็นเพียงแค่งานศิลปะสำหรับส่งอาจารย์เท่านั้น วันนี้เราจะพาไปดูจุดเริ่มต้นกันก่อนว่ามันมีที่มากันอย่างไร ทำไมมันถึงกลายมาเป็นเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ได้

เรื่องเริ่มอยู่ที่นักศึกษาต้องทำงานส่งอาจารย์ และนำผลงานไปจัดแสดงในที่สาธารณะในนามของนักเรียน ซึ่งนั่นเองที่กลายเป็นกระแสไปทั่ว เมื่อมีคนถ่ายภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมนลงอินเตอร์เน็ต จนมีคนแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว อยู่ๆก็มีหน่วยงานพุทธเข้ามาแสดงตัว ว่าเป็นตัวแทนของคนไทยออกมาทำหน้าที่ปกป้องศาสนา โดยมองว่าภาพของนักเรียนชิ้นนี้เป็นการเหยียดยามดูหมิ่นศาสนาพุทธ

จากภาพราคาไม่กี่พันตอนนี้ราคาเกินครึ่งล้าน

จากภาพที่ไม่มีใครรู้จักกลายเป็นภาพที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการของคนไทย หลังจากที่กลุ่มชาวพุทธฯ พยายามฟ้องเอาผิดกับนึกศึกษา แม้ว่าทางนักศึกษาจะเดินทางมาขอขมากับทางผู้ใหญ่แล้วก็ทางวัดแล้ว ทำให้เป็นดราม่าร้อนสุดๆ เมื่อคนตั้งคำถามว่านักศึกษาก็ได้ขอขมาไปแล้ว มันก็น่าจะจบทำไมถึงยังฟ้องร้องต่อ ในขณะที่หลายรายการได้พยายามที่จะเปิดเผยจุดยืนของกลุ่มชาวพุทธฯ ซึ่งก็ได้ออกมายืนยันว่าจะเอาผิดให้ถึงที่สุด โดยเน้นย้ำคำเดิมๆว่าเป็นการเหยียดหยาม

ล่าสุดนี้เจ้าของภาพที่ได้ซื้อไปได้นำรูปไปประมูล เพื่อนำเงินไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลเด็ก ยอดล่าสุดทะลุไป 6 แสนบาท ส่วนหนึ่งก็จะมอบให้เป็นทุนการศึกษาหรือค่าทำขวัญให้กับนักศึกษา เพราะต้องเสียสุขภาพจิตจากกลุ่มผู้ใหญ่ที่เข้ามากดดัน ล่าสุดนี้กลุ่มชาวพุทธฯ เองก็ได้ยอมที่จะถอนฟ้องเป็นที่เรียบร้อย โดยนายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมกับพรรคพวกได้เดินทางไปขอถอนแจ้งความกับ 5 บุคคลที่เคยฟ้องไปก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามกลุ่มชาวพุทธฯ ยังคงทิ้งท้ายเอาไว้อีกว่าภาพนี้เป็นมากกว่าศิลปะ มันมีรหัสลับซ่อนอยู่ เชื่อว่ามีขบวนการอยู่เบื้องหลัง ส่วนข้อมูลหลักฐานต่างๆยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการดำเนินการต่อไป การที่มาถอนฟ้องในครั้งนี้เพราะเชื่อว่าเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้อง อาจถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ โดยที่ผ่านมาได้มีการแจ้งเบาะแสเข้ามามากมาย จึงเชื่อว่าในภาพอาจมีความลับที่ซ่อนอยู่ ซึ่งต้องพิสูจน์กันต่อไปให้ได้ว่ามันจริงหรือไม่