Skip to content

How to take good care of yourself

วัยทำงานเป็นช่วงเวลาสำคัญช่วงหนึ่งของชีวิต หลายคนต้องทำงานหนักเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ตั้งรกราก ซื้อบ้าน ซื้อรถ ฯลฯ เมื่อโหมทำงานหนักมากเกินไปอาจจะทำให้สุขภาพทรุดลงจนป่วยได้ เราจะมีวิธีดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอย่างไร ฉบับวัยทำงานให้ลองไปทดลองทำ

ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

คนทำงานในช่วงวัยหนุ่มสาว ร่างกายแข็งแรงเป็นทุนเดิม ทำให้หลายคนมักจะมองข้ามการไปตรวจสุขภาพประจำปีไปไม่ว่าจะเป็นตรวจสุขภาพทั่วไป หรือ ตรวจสุขภาพเฉพาะทาง เฉพาะด้าน เนื่องจากคิดว่าตัวเองยังไหว ยังแข็งแรงอยู่ อย่าทำอย่างนั้นเด็ดขาด การตรวจสุขภาพจะทำให้เรารู้ว่าร่างกายของเรามีความพร้อมแค่ไหน มีอะไรเจ็บป่วยบ้าง ขนาดรถเรายังเช็คระยะตามเวลา แล้วทำไมเราจะไม่เช็คตัวเองบ้างล่ะจริงไหม

อย่าทำงานหนักจนเกินไป

งานหนักไม่เคยฆ่าคน เราต้องเคยได้ยินวลีนี้กันมาบ้าง แต่หากเราแปลความหมายตามตัวนั้น จะบอกว่าบางครั้งงานหนักก็ฆ่าคนได้เหมือนกัน ยิ่งคนวัยทำงานแบบเราบางคนทำงานหนักมาก ทำงานวันละ 8-9 ชั่วโมงต่อวันก็มี เราขอแนะนำว่าการทำงานหนักเป็นเรื่องดี แต่หากทำงานหนักติดต่อกันเป็นเรื่องไม่ดีแน่นอน มันอาจจะทำให้เราต้องเข้าโรงหมอแบบไม่คาดคิดก็เป็นได้ ทำงานแต่พอดีจะดีต่อร่างกายด้วย

ออกกำลังกายแบบที่ชอบ

เชื่อไหมว่า เรารู้อยู่แก่ใจดีว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่เรามักจะหลีกเลี่ยงออกกำลังกายด้วยสารพัดคำอ้าง ตั้งแต่เรื่องเล็กๆไปจนถึงเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ยิ่งวัยทำงานต้องทำงานหนัก ทำโอที ทำจนแทบไม่มีเวลาว่างเลย เราขอแนะนำว่าให้จัดตารางอย่างน้อยสัก 3 วัน วันละ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย สำหรับออกกำลังกายแบบที่ตัวเองชอบ จะเล่นกีฬา ฟิตเนส โยคะ แอโรบิค อะไรก็ว่ากันไป เชื่อเหอะหากได้ออกกำลังกายจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หางานอดิเรกทำด้วย

วัยทำงานนอกจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน เรามักจะผจญกับความเครียดสะสมด้วยไม่ว่าจะเป็นเครียดเรื่องงาน การใช้ชีวิต คู่ครอง ครอบครัว การเดินทาง และอีกสารพัดปัญหาจนทำให้ความเครียดสะสม เมื่อความเครียดสะสมมากเข้าจะส่งผลต่อร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นควรหาเวลาทำกิจกรรมงานอดิเรกที่ตัวเองชอบด้วยเพื่อผ่อนคลายความเครียดเหล่านั้นออกไป จะร้องเพลง เล่นดนตรี ต่อกันพลา ท่องเที่ยว ถ่ายรูป อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ ทำอาหาร สวดมนต์ ดูคอนเสิร์ต ดูซีรีย์เกาหลี/ฝรั่ง ดูหนัง ฟังเพลง ก็จัดเลยอย่าได้แคร์คนรอบข้าง

จำไว้ว่าช่วงเวลาวัยทำงานนั้นสำคัญก็จริง เราต้องทำงานหนักเพื่อไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จในชีวิตที่คาดหวังไว้ แต่อย่าลืมหันกลับมาดูตัวเองด้วย ไม่งั้นเงินทองที่หามาได้ทั้งหมดจะกลายเป็นเพียงค่ารักษาพยาบาลในวันที่เราต้องนอนบนเตียง

เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว รีบนำเรือเข้าไปช่วยอพยพชาวบ้าน ณ อำเภอสันทราย หลังจากประสบภัยน้ำท่วมอย่างฉับพลัน โดยมีสาเหตุมาจากเขื่อนแตก และระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2018 Facebook สำนักข่าว ABC laos news ได้รายงานความคืบหน้าของเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อ่างเก็บน้ำ 2แห่ง ของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการก่อสร้าง เกิดรอยร้าวส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน จนมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก

เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ได้รีบนำเรือออกไปช่วยเหลือประชาชนซึ่งยังติดค้างอยู่ในบ้าน ณ อำเภอสันทราย แขวงอัตตะปือ และระดับน้ำก็กำลังเพิ่มสูงขึ้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า เขื่อนไชยะบุรี กำลังเร่งทำการระบายน้ำออกจากเขื่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยกันอย่างเต็มแรงประมาณ 100 นาย โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วมาก จนไม่มีใครสามารถตั้งตัวได้ทัน

เมื่อเข้าสู่วันที่ 5 ของสถานการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยพัง รัฐมนตรีพลังลาวออกมากล่าวถึงสาเหตุที่เขื่อนแตก เป็นเพราะการก่อสร้างต่ำกว่ามาตรฐาน อีกทั้งมวลน้ำจากลาวกำลังคืบคลานเข้าไปยังกัมพูชา จึงทำให้ต้องอพยพประชาชนนับพันไปยังพื้นที่ปลอดภัย ทางด้านยอดผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้นเป็น 27 ราย และยังสูญหายอยู่ 131 คน

นอกจากนี้ สำนักข่าวเวียงจันทน์ไทมส์ ยังรายงานเพิ่มเติมว่า สาเหตุหลักอันทำให้เขื่อนแตก เกิดจากฝนตกหนัก บวกกับเขื่อนกั้นช่องเขาได้พังทลายลง เนื่องจากพึ่งมีการก่อสร้างเสร็จหมาดๆ จึงทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดการปริแตกลามขยายวงกว้างขึ้นจนพังทลายลงในที่สุด

ส่งผลให้เกิดการอพยพประชาชนนับหมื่นในกัมพูชา

จังหวัดสตึงแตรง ซึ่งอยู่ติดกับแขวงอัตตะปือ ต้องเร่งอพยพชาวบ้านประมาณ 25,000 คนออกจากพื้นที่ทันที เมื่อมวลน้ำจากลาวไหลบ่าเข้ามาผสมกับฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะคลายตัว เพราะฉะนั้นจำนวนชาวบ้านซึ่งต้องอพยพก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วย เจ้าหน้าทหารของกัมพูชาพาชาวบ้านและรถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากเขตน้ำท่วมทางเรือ พร้อมกันนี้ก็ได้ส่งบรรดาสิ่งของช่วยเหลือเข้าไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้วเช่นกัน

ทางด้าน AFP รายงานว่ามีชาวบ้านจำนวนไม่น้อย กล่าวว่าพวกเขาได้รับคำเตือนก่อนหน้าเขื่อนแตกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

"ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ชาวบ้านมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก" จู หินลา วัย 68 กล่าว เขามาจากหมู่บ้านซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก "ทุกบ้านในหมู่บ้านนี้จมอยู่ใต้น้ำ ครอบครัวของฉันอีก 4 คนก็ยังหาไม่เจอ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง" เขากล่าวด้วยสีหน้าอันเศร้าโศก