Skip to content

Shopee คืออะไร ?

Shopee คือตลาดสินค้าออนไลน์ที่ให้ลูกค้าทุกท่านซื้อและขายของได้อย่างทันทีเต็มไปด้วยความง่ายดาย สะดวกสบาย อีกทั้งยังรับประกันด้วยว่าเงินของคุณจะถูกส่งไปหาผู้ขายหลังจากสินค้าถึงมือแล้วเท่านั้น ไร้กังวลเรื่องโดนโกง โดยขั้นตอนการลงขายสินค้าใน Shopee นั้นก็ง่ายมาก

แต่ก่อนอื่นทาง Shopee เองก็มีกฎกติกาบางประการอย่างเช่น มีสินค้าอันไม่อนุญาตให้วางขายในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ผลิตภัณฑ์จากสัตว์และสัตว์ป่า
  • วัตถุโบราณ
  • เครื่องสำอางใช้แล้ว
  • เงินต่างประเทศและแสตมป์ปลอม
  • บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต
  • ยาเสพติด , ยารักษาโรค , ยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ
  • อุปกรณ์โทรคมนาคม เช่น กล้องสอดแนม , เครื่องตรวจจับเรดาร์ , อุปกรณ์ควบคุมสัญญาณจราจร , อุปกรณ์ดักฟัง เป็นต้น
  • อาวุธปืน , สเปรย์พริกไทย , สิ่งเทียมอาวุธ , เครื่องช็อตไฟฟ้า เป็นต้น
  • สินค้าที่มีคำกล่าวอ้างทางการแพทย์
  • สินค้าอาหารให้โทษ ที่ประกอบไปด้วยสารต้องห้ามหรือเกินปริมาณที่ได้รับอนุญาต
  • ผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรค
  • เห็ดป่ารวมทั้งสินค้าอาหารอื่นใดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • อุปกรณ์สะเดาะกุญแจ
  • สินค้าของที่มีเนื้อหาลามกอนาจาร หรือปลุกระดมในการทำลายชาติ

คุณต้องมั่นใจว่าสินค้าของคุณจะไม่อยู่ในรายการสินค้าที่ห้ามขายของ Shopee เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว คุณก็ต้องทำการยืนยันด้วยหมายเลขโทรศัพท์ ก่อนที่จะสามารถลงซื้อขายสินค้าใน Shopee ได้ โดยคุณสามารถเริ่มขายได้ในขั้นตอนง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้

  • ต้องสมัครสมาชิกกับทางเว็บไซต์ Shopee เสียก่อน (สมัครฟรี)
  • กดปุ่ม ‘+’ ตามด้วยเลือกคำว่า ‘เพิ่มสินค้า’ สำหรับ Android หรือกดปุ่ม ‘ขาย’ สำหรับ iOS
  • ถ่ายรูปสินค้าของคุณให้ชัดเจนและแลดูสวยงาม ดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อ โดยการกดปุ่ม ‘กล้อง’ หรือเลือกรูปภาพจากโทรศัพท์ของคุณ ด้วยการกดสัญลักษณ์ ‘อัลบั้ม’ ก็จะสามารถเพิ่มรูปภาพได้ถึง 9 ภาพต่อสินค้าหนึ่งรายการ
  • ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าลงไปอย่างละเอียด เพื่อให้ลูกค้าทราบข้อมูลพร้อมตัดสินใจได้ทันที ตัวอย่างเช่น หมวดหมู่ , ราคา, จำนวนสินค้าซึ่งมีอยู่ในคลังสินค้า เป็นต้น
  • คุณสามารถเลือกเปิดการใช้งาน ‘เตรียมส่งนานกว่าปกติ’ ถ้าคุณต้องการตั้งระยะเวลาเตรียมพัสดุระหว่าง 7-20 วัน
  • ถ้าคุณปิดการใช้งาน ‘เตรียมส่งนานกว่าปกติ’ ระยะเวลาเตรียมพัสดุจะถูกตั้งไว้ที่ 2 วัน
  • ง่ายๆแค่นี้หลังจากนั้นสินค้าของคุณจะลงขายในแอพ Shopee เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามถ้าคุณละเมิดนโยบายขายสิ่งของต้องห้าม ผลที่คุณอาจได้รับ คือ

  • สินค้าชนิดนั้นถูกลบออกจากรายการเสนอขาย
  • ถูกกำหนดริบสิทธิพิเศษของบัญชีนั้นๆ
  • บัญชีถูกระงับและยกเลิก
  • ถูกดำเนินคดีทางกฎหมายตามกรณี

IG ชื่อเต็มๆคือ Instagram จัดเป็น 1 ช่องทางที่ผู้คนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งตัวบุคคลทั่วไป , SME หรือ พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ไม่ยากรวมทั้งเข้าถึงกลุ่มผู้คนจำนวนมากได้อย่างง่ายดาย แต่ในปัจจุบันนี้ ยอดผู้ใช้งาน Instagram ลดลงกว่าเมื่อก่อนมาก ด้วยเหตุนี้วันนี้เราจึงจะมาแบ่งปันความรู้ ในการทำให้ Instagram มียอดผู้ติดตามที่สูงขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องซื้อ Follow หรือ ฝากร้าน ทำให้คุณเจาะตลาดได้อย่างเน้นๆ

รูปภาพต้องโดนใจ

อย่างที่พวกเราทราบกันดีว่า จุดเด่นของ Instagram คือรูปภาพ เพราะฉะนั้นภาพที่จะใช้โพสต์ ต้องผ่านการคัดเลือกมาเป็นอย่างดี แต่จะเป็นภาพถ่ายธรรมดา หรือ เป็นภาพแบบกราฟฟิค ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์ แต่ที่แน่ๆคือภาพต้องสวย บวกกับต้องมีองค์ประกอบภาพดี เห็นแล้วต้องสะดุดกึกเพื่อมาอ่านแคปชัน แต่ทั้งนี้คุณก็จำเป็นต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและธุรกิจของตัวเองด้วยว่า กลุ่มเป้าหมายของคุณน่าจะชอบภาพประมาณไหน

แต่งภาพทุกครั้งก่อนลง Instagram

ไม่ว่าจะแต่งด้วย filter ของ Instagram เอง หรือจะแต่งในคอมพิวเตอร์ ก็ย่อมได้ อย่าลืมใส่โลโก้ของแบรนด์เข้าไปด้วย เพราะภาพนั้นมันจะได้ติดอยู่ในความทรงจำของลูกค้าพร้อมกับชื่อแบรนด์

แท็กสถานที่

ถ้าธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจที่มีหน้าร้าน อย่าลืมแท็กสถานที่ของที่ตั้งร้านลงไปด้วยตอนลงรูป เพราะเป็นการมอบข้อมูลให้ลูกค้าอย่างละเอียด อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถืออีกด้วย

ใส่ #HASHTAG ทุกครั้ง

ใส่ #HASHTAG ทุกครั้งใต้ภาพที่ลง ทั้งนี้ #HASHTAG จะต้องเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ เช่น แบรนด์ของคุณขายเสื้อยืด และมีชื่อแบรนด์ คือ Manee T-Shirt Thailand คุณก็อาจจะใช้ #HASHTAG ว่า #T-shirt #ManeeT-Shirt Thailand #ManeeT-Shirtbangkok เป็นต้น

แคปชันต้องดึงดูด

คุณต้องเขียนแคปชันเพียง 2-3 บรรทัดแรก ให้น่าดึงดูด เมื่อลูกค้าได้อ่านแล้วก็อยากอ่านต่อ โดยอาจจะจั่วหัวเป็นคำถาม ให้ดูน่าสนใจ หรือขึ้นว่าโปรโมชันก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ด้วย

เชื่อมโยงกับ Social Media อื่นๆ ได้

เชื่อมต่อให้คนในโซเชียลอื่นๆรู้จัก Instagram ของคุณ เช่น Facebook , Twitter ,Tumblr เป็นต้น เป็นการเพิ่มฐานลูกค้า อีกทั้งทำให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจว่าคุณมีตัวตนจริงๆ  และอยากจะลองสั่งสินค้าของคุณ

ความถี่ในการโพสต์ต้องไม่มากจนเกินไป

แนะนำว่าควรโพสต์วันละ 2-3 โพสต์ กำลังดี เนื่องจากถ้าคุณโพสต์บ่อยไป ก็อาจจะสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ติดตามได้ และเขาก็จะเกิดความรู้สึกในแง่ลบ ไม่สบายใจ จนถึงขั้นเลิกติดตามคุณไปเลย เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ผู้ติดตามรู้สึกแบบนั้นจะดีกว่า แต่ถ้าวันไหนคอนเทนต์เยอะ ก็อาจจะแบ่งลงเป็น 2 วันก็ได้ อาจเป็นการกระตุ้นความอยากรู้ผู้ติดตามด้วยซ้ำไป